ตระกูล ณ เชียงใหม่ ขึ้นป้ายห้ามเข้า ‘กู่เจ้าหลวง’ แล้ว หลังนทท.ทั้งปีน-เหยียบเพื่อเซลฟี่

ตระกูล ณ เชียงใหม่ ขึ้นป้ายห้ามเข้า ‘กู่เจ้าหลวง’ แล้ว หลังนทท.ทั้งปีน-เหยียบเพื่อเซลฟี่

หลังจากมีการเผยแพร่ภาพนักท่องเที่ยวหลายคนที่เข้าไปเยี่ยมชมกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่ ในวัดสวนดอก พระอารามหลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมโพสต์ท่าไม่เหมาะสม อย่างการ เดินย่ำขึ้นไปข้างๆ ที่บรรจุพระอัฐิของเจ้าหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ของราชวงศ์ทิพย์จักร ที่ครองนครเชียงใหม่ หรือแม้แต่ปีนป่ายและโพสต์ท่า หรือทำท่ากระโดดเข้าหา ทำให้ทายาทตระกูล ณ เชียงใหม่ ติดป้ายประกาศห้ามเข้าแล้ว อย่างเป็นทางการ

โดยเจ้าวีระยุทธ ณ เชียงใหม่ รองประธานมูลนิธิกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่ 

ได้นำทีมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ไปติดป้ายดังกล่าวทั้งภาษาไทย และอังกฤษ พร้อมใช้โซ่กั้นปิดทางขึ้นกู่เจ้าหลวงหลักทั้ง 14 กู่ โดยระหว่างกำลังติดตั้งป้ายอยู่ก็มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวชมภายในกู่เจ้าหลวงไม่ขาดสาย เรื่องการโพสต์ภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมในกู่เจ้าหลวงนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับทายาทของเจ้านายฝ่ายเหนือ ตระกูล ณ เชียงใหม่ ที่สืบเชื้อสายเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่เป็นอย่างมาก

เจ้าวีระยุทธ กล่าวว่า ภาพที่ปรากฏตามโซเชียลมีเดียนั้น ได้สร้างความไม่สบายใจให้กับทายาทเจ้านายฝ่ายเหนือ รวมทั้งชาวเชียงใหม่ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่บรรจุพระอัฐิของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ซึ่งเข้าใจว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมีขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่างกัน แต่เมื่อไปเยือนสถานที่ใดก็ควรศึกษาประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนั้น และปฏิบัติตัวให้เหมาะสมเพื่อแสดงถึงความเคารพต่อสถานที่

ป้ายห้ามเข้านี้เป็นการแก้ปัญหาในระดับหนึ่ง เชื่อว่าเมื่อมีการติดป้ายที่ชัดเจน และมีทั้งข้อความภาษาไทยและอังกฤษแล้ว คนที่มีวัฒนธรรมก็ไม่น่าจะฝ่าฝืน รายงานระบุว่า ภายในกู่เจ้านายฝ่ายเหนือนั้น มีป้ายขอความร่วมมือ และวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเข้ามาภายในบริเวณ โดยป้ายก็มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้า แต่ก็ยังเห็นภาพหลักฐานที่มีการละเลยอยู่เรื่อยๆ ตามโซเชียลมีเดีย

ทั้งนี้ สำหรับกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ หรือ สุสานราชตระกูล ณ เชียงใหม่ เป็นสุสานหลวงที่เจ้าดารารัศมี พระราชชายาในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดอัญเชิญพระบรมอัฐิของเจ้าหลวงและพระบรมวงศานุวงศ์ของราชสกุลทิพย์จักร ที่ครองนครเชียงใหม่มาประดิษฐานรวมกัน โดยเกิดจากพระดำริของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เมื่อปี พ.ศ. 2452 ที่ทรงพิจารณาเห็นว่า อนุสาวรีย์เจ้าผู้ครองนครและพระญาติวงศ์ทั้งหลายตั้งอยู่ใกล้ริมฝั่งน้ำปิง ทางทิศตะวันตกนั้น ไม่เหมาะสม ดังนั้นจึงคิดจะหาที่ใหม่ ซึ่งก็คือบริเวณวัดสวนดอกในปัจจุบันที่มีอาณาบริเวณกว้างขวาง

ปัจจุบันกู่เจ้านายฝ่ายเหนือแห่งนี้ ได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญภายใต้การกำกับดูแลของกรมศิลปากร และได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478

ศรีสุวรรณ แถลงค้าน “สลาก 12 นักษัตร” -ขัดรัฐธรรมนูญ บ่อนทำลายศาสนา

สลาก 12 นักษัตร – วันนี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้ออกแถลงการณ์ ในนามสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย คัดค้านแนวความคิดการออก “สลาก 12 นักษัตร” สลากรูปแบบใหม่ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

ในแถลงการระบุว่า “การเพิ่มผลิตภัณฑ์สลากและเพิ่มช่องทางการขายสลากดังกล่าว จะเป็นการส่งเสริมการมอมเมาประชาชนให้ลุ่มหลงในอบายมุขที่ผิดศีลธรรมทางศาสนา ให้กลายเป็นสิ่งที่ยอมรับได้โดยผลของกฎหมายซึ่งเป็นตราบาปที่ สนช. ในอดีตได้จัดทำกฎหมายนี้ขึ้นมา

สลากกินแบ่งรูปแบบเดิมก็เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมที่ถูกกฎหมาย ที่รัฐบาลควรที่จะควบคุมให้เข้มงวดโดยเฉพาะการขายให้กับเด็กเยาวชน มากกว่าที่จะส่งเสริมโดยการที่จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่มาล่อใจมอมเมาประชาชนเพิ่มขึ้นตลอดเวลา

นายศรีสุวรรณยังชี้ว่า การที่รัฐบาลจะใช้ช่องทางหารายได้ด้วยวิธีการนี้ ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลเริ่มถังแตก หมดปัญญาที่จะหารายได้เข้ารัฐด้วยวิธีการอื่น ซึ่งรัฐบาลที่ดีเขาต่างมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจการหารายได้จากภายนอกประเทศจากการค้าการขายและการท่องเที่ยวเป็นหลัก หาใช่ใช้วิธีการที่สิ้นไร้ไม้ตอกด้วยการมอมเมาหาเงินจากประชาชน โดยเฉพาะกับคนยากคนจนที่กลายเป็นผู้ที่นิยมการเล่นหวยอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้ ได้เสนอแนะว่ารัฐบาลควรหยุดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นมากกว่าการหารายได้ด้วยวิธีการนี้เสีย เช่น หยุดการซื้อเรือดำน้ำ หยุดการซื้อรถถังสไตรเกอร์ หยุดการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หยุดการขึ้นเงินเดือนให้ ส.ส. และ ส.ว. หยุดการรับเงินเดือนหลายทางของทหารบางคน

รัฐบาลไม่ได้บอกความจริงกับประชาชนว่าการออกสลากรูปภาพ 12 นักษัตรนี้ ซึ่งจะมีโอกาสที่จะถูกรางวัลทั้งตรงและสลับรวมได้เพียง 24 รูปแบบจาก 20,736 รูปแบบ ซึ่งจากการคำนวณมีอัตราถูกรางวัลจะมีเพียงประมาณ 0.115% เท่านั้น และไม่ว่าผู้ซื้อจะมากหรือน้อยเท่าไร มูลค่ารางวัลก็ยังคงเป็น 10,000 บาทต่อรางวัลเสมอ

การออกสลากฯเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนและสังคม ขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักศาสนา และเป็นบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา อันขัดต่อ รธน.2560 ม.25 ม.31 ม.43(1) ม.46 และ ม.67 ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับการมอมเมาประชาชนของรัฐบาลด้วยการออกสลากใหม่ดังกล่าวจะสามารถใช้สิทธิตาม ม.43(3) ประกอบ ม.50(1) ในการคัดค้านการดำเนินการดังกล่าวของสำนักงานสลากฯและรัฐบาลได้ รวมทั้งการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อระงับการใช้อำนาจดังกล่าวได้ด้วย